โตโยต้า โคโรน่า

โตโยต้า วัวโรน่า (Toyota Corona) เป็นรถยนต์รุ่นหนึ่งที่ โตโยต้า ทำขึ้น เพื่อเป็นรถยนต์ครอบครัว เริ่มผลิตเมื่อ พุทธศักราช 2500 ซึ่งในประเทศไทย กาลครั้งหนึ่ง มันเคยเป็นคู่ปรปักษ์ทางธุรกิจกับ ฮอนด้า แอคคอร์ด แล้วก็ นิสสัน บลูเบิร์ด (รวมถึง นิสสัน เซฟิโร่ ในบางช่วง) รวมทั้งคู่แข่งขันอื่นๆซึ่งเป็นคู่ต่อสู้ระดับรอง อย่างเช่น มิตซูบิชิ กาแลนต์ ,มาสด้า 626 ,ฮุนได โซนาต้า ,ซูบารุ เลกาซี ,เปอโยต์ 405 ,แดวู เอสเปอโร ,ฟอร์ด มอนดิโอแล้วก็ซีตรอง BX แม้กระนั้นวัวโรน่ามีจุดเสียเปรียบเทียบสำคัญเรื่องขนาดที่เล็กมากยิ่งกว่าแอคคอร์ดแล้วก็คู่ปรปักษ์อื่นๆด้วยเหตุนี้ ใน พุทธศักราช 2536 โตโยต้าเมืองไทย ก็เลยเปลี่ยนแปลงเอา โตโยต้า คัมรี่ ขึ้นมาแข่งขันกับแอคคอร์ดและก็คู่แข่งขันอื่นๆแทนวัวโรน่า จากนั้น ก็เป็นตอนขาลงของวัวโรน่า จนถึงสุดท้าย ก็เลิกขายในประเทศไทยใน พุทธศักราช 2542 รวมทั้งเลิกผลิตทั่วทั้งโลกถาวรไปใน พุทธศักราช 2545 วัวโรน่า โฉมที่ 1-6 จัดอยู่ในจำพวกรถยนต์นั่งขนาดเล็ก (Compact Car) รวมทั้งโฉมที่ 7-11 จัดอยู่ในจำพวกรถยนต์นั่งขนาดกึ่งกลาง (Mid-size Car) ชื่อ วัวโรน่า เป็นภาษาละติน มีความหมายว่า มงกุฎ และก็เป็นชื่อเรียกเชื้อไวรัสสายพันธ์ุใหม่ที่มีต้นกำเนิดจากอู่ฮั่น ซึ่งเป็นความหมายเดียวกับคำว่า คราวน์ (Crown) ด้วยเหตุดังกล่าว วัวโรน่า ก็เลยเป็นโตโยต้า คราวน์ ย่อขนาด ตลอดตอนการสร้าง 45 ปี วัวโรน่า มีพัฒนาการทั้งสิ้น 10 Generation (โฉม) ตามขณะต่างๆได้ ดังต่อไปนี้เปิดตัวในพ.ค. พุทธศักราช 2500 รหัสตัวถัง T10 ในยุคนั้น วัวโรน่า ยังคงใช้ชื่อนำหน้าว่า โตโยเพ็ท (Toyopet) ก่อนจะเปลี่ยนแปลงมาเป็นโตโยต้าในคราวหลัง ด้วยเหตุนี้ วัวโรน่า โฉมนี้ ก็เลยใช้ชื่อในตลาดว่า โตโยเพ็ท วัวโรน่า (Toyopet Corona) ซึ่งโฉมแรกนี้ วางแบบมาโดยมี โตโยต้า คราวน์ เป็นต้นแบบ ซึ่งมีการนำวัวโรน่าโฉมนี้ไปทำแท๊กซี่เป็นปริมาณพอเหมาะพอควร

jumbo jili
มิติตัวถัง ยาว 3.91 เมตร , กว้าง 1.47 เมตร , สูง 1.555 เมตร ขนาดลูกสูบเพียงแต่ 997 ซีซี (รถยนต์ยุคนั้นเล็กมากมายเมื่อเทียบกับปัจจุบันนี้ ซึ่งเมื่อเทียบกับสมัยเดียวกัน วัวโรน่านับว่าใหญ่เอาการ) แรงม้าเพียงแค่ 45 แรงม้า ที่ 5,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 7 โลเมตร ที่ 3,200 รอบต่อนาที ความเร็วสูงสุด 105 กม.ต่อชั่วโมง เคลื่อนล้อหลัง ใช้เกียร์ปกติ ซึ่งมีเพียงแค่ 3 สปีด ราคาขายในตอนนั้นตั้งไว้ที่ 648,000 เยน Generation ที่ 2 (พุทธศักราช 2503 – 2507)เปิดตัวในกรกฎาคม พุทธศักราช 2503 รหัสตัวถัง T20 โฉมนี้ วัวโรน่า มีทรงที่เหลี่ยมคมมากขึ้น กระจกหน้า-ข้างหลัง ตั้งชันเยอะขึ้นตามสไตล์รถยนต์แบบอเมริกันในสมัยนั้น รวมทั้งโฉมนี้ มีเข้ามาขายในไทย แม้กระนั้นได้ใช้ชื่อรุ่นว่า เทียร่า (Tiara) ไม่ใช่ วัวโรน่า มิติตัวถัง ยาว 3.99 – 4.03 เมตร , กว้าง 1.49 เมตร , สูง 1.445 – 1.455 เมตร (สุดแท้แต่ตัวถัง) ในระยะแรก ใช้เครื่องจักรสี่ดูด 997 ซีซี 45 แรงม้า ที่ 4,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 7 กก.เมตร ที่ 3,200 รอบต่อนาที ถัดมา มีการนำเครื่องยนต์กลไกที่แรงกว่ามาใช้ โดยเป็นเครื่องสี่ดูด 1,453 ซีซี 62 แรงม้า ที่ 4,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 11.2 กิโลเมตร ที่ 3,000 รอบต่อนาที ใช้เกียร์ปกติ 3 สปีด Generation ที่ 3 (พุทธศักราช 2507 – 2513)
โตโยต้า วัวโรน่า โฉมที่ เปิดตัวในวันที่ 12 ก.ย. พุทธศักราช 2507 รหัสตัวถัง T40 โฉมนี้ วัวโรน่าถูกดีไซน์มาให้มีทรงแบบ Arrow Line (ลูกศร) แล้วก็มีการสร้างความพอใจให้กับพลเมือง โดยนำวัวโรน่าไปทดลองวิ่งโดยตลอดบนทางด่วนเป็นระยะทาง 100,000 กิโลโดยไม่ปิดเครื่อง ด้วยอัตราความเร็ว 140 กิโลต่อชั่วโมง สร้างชื่อให้โตโยต้าเป็นที่ยอมรับในระดับสากลในเรื่องของเทคโนโลยีแล้วก็มาตรฐานของการสร้างรถยนต์จนกระทั่งตอนนี้

สล็อต
วัวโรน่าโฉมนี้ นอกเหนือจากที่จะสร้างชื่อให้โตโยต้าแล้ว ยังมีการนำไปทำแท๊กซี่เยอะมากๆ เนื่องจากว่ามีการพิสูจน์ให้มีความคิดเห็นว่าอึดจริง รวมทั้งจนกระทั่งตอนนี้ รถยนต์รุ่นนี้หลายคันก็ยังสามารถวิ่งได้ แม้กระทั้งในประเทศไทย ซึ่งจนกระทั่ง พุทธศักราช 2546 ก็ยังมีการประสบพบเห็นว่ามีแท๊กซี่ที่เป็นวัวโรน่า Generation นี้วิ่งอยู่ที่พระราม 4 แล้วก็ใต้ทางด่วนราษฎร์ซ่อม ขั้นแรกที่เปิดตัว มีตัวถังแบบเดียวเป็นsedan 4 ประตู 1,198 ซีซี 55 แรงม้า ที่ 5,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 8.8 กิโลเมตร ที่ 2,800 รอบต่อนาที และก็ถัดมาก็มีการเพิ่มรุ่นพิเศษอีกเยอะมาก อีกทั้งเครื่องยนต์กลไกรุ่นพิเศษที่แรงกว่า แล้วก็มีการเพิ่มตัวถัง hardtop coupe , station wagon , กระบะ รวมทั้ง hatchback ยังเป็นรถยนต์ขับล้อหลัง มีเกียร์ปกติ 3 สปีด กับเกียร์อัตโนมัติ 2 สปีดให้เลือก มีมิติยาว 4.065 – 4.11 เมตร , กว้าง 1.55 เมตร , สูง 1.42 เมตร Generation ที่ 4 (พุทธศักราช 2513 – 2517) โตโยต้า วัวโรน่า โฉมที่ 4
เปิดตัวในก.พ. พุทธศักราช 2513 รหัสตัวถัง T80 วัวโรน่าโฉมที่แล้ว เกือบจะพูดได้ว่าไปถึงเป้าหมายล้นหลามในแถบทวีปเอเชีย แต่ วัวโรน่าโฉมนี้ ไปถึงเป้าหมายในแถบอเมริกันด้วย คาดว่าปัจจัยหนึ่งคงจะมาจากความนิยมชมชอบที่เริ่มมัธยัสถ์ของคนประเทศอเมริกา ก็เลยเริ่มหันมาซื้อรถยนต์จากทวีปเอเชียที่ราคาน้อยกว่า วัวโรน่าโฉมนี้ ใช้เชื้อเพลิงเบนซิน ลูกสูบ 1.5 , 1.6 , 1.7 , 1.9 รวมทั้ง 2.0 ลิตร Generation ที่ 5 (พุทธศักราช 2517 – 2521 โตโยต้า วัวโรน่า โฉมที่ 5 วัวโรน่าโฉมนี้ รหัสตัวถัง T100 ถึง T120 ลูกสูบ 1.6 รวมทั้ง 2.0 ลิตร เว้นเสียแต่ในอเมริกาเหนือที่ใช้เครื่องจักร 2.2 ลิตร รวมทั้งเริ่มมีการใช้เครื่องยนต์กลไกแบบ Twin Cam แล ขายเฉพาะในประเทศญี่ปุ่น ส่วนในอเมริกัน โดยรวมโฉมนี้ก็จัดว่ายังไปถึงเป้าหมาย แม้กระนั้นไม่เท่าโฉมที่ 4 Generation ที่ 6 (พุทธศักราช 2521 – 2526) โตโยต้า วัวโรน่า โฉมที่ 6
รหัสตัวถัง T130 เครื่องยนต์กลไกลูกสูบ 1.6 และก็ 2.0 ลิตรเหมื่อนเดิม อเมริกาใช้ลูกสูบ 2.2 ลิตรเหมื่อนเดิม ซึ่งเครื่อง 2.2 ลิตรนี้ โตโยต้า เซลิก้า รถยนต์สปอร์ตของโตโยต้าในสมัยนั้นก็ใช้ วัวโรน่าโฉมนี้ในอเมริกาก็เลยมีความเป็นรถยนต์สปอร์ตอยู่บ้าง ไม่เหมือนกับวัวโรน่าในทวีปเอเชียซึ่งย้ำเป็นรถยนต์ครอบครัว แม้กระนั้นวัวโรน่าโฉมนี้ เป็นวัวโรน่าโฉมในที่สุดที่มีขายในสหรัฐฯ ก่อนที่จะโตโยต้าจะส่ง โตโยต้า คัมรี่ เข้ามาแทน ในเวลาที่ตลาดทวีปเอเชียโดยส่วนมากจะยังคงใช้วัวโรน่าทำตลาดถัดไป

สล็อตออนไลน์
Generation ที่ 7 (พุทธศักราช 2524 – 2532) โตโยต้า วัวโรน่า โฉมที่ รหัสตัวถัง T140 เป็นอีกโฉมหนึ่งที่คนประเทศไทยรู้จักดี ในฐานะรถยนต์วัวโรน่าขับล้อหลังรุ่นรองในที่สุด (เคลื่อนล้อหลังรุ่นในที่สุดเป็นโฉมที่ 10 แต่ว่าไม่เป็นที่ชื่นชอบ) กรุ๊ปผู้ค้ารถยนต์ในไทยเรียกชื่อว่า หน้าตาแหลม เพราะเหตุว่ากระเต็มที่มีการหักมุมกึ่งกลาง ทำให้มีลักษณะแหลม ในประเทศฮ่องกง มาเก๊า แล้วก็ประเทศสิงคโปร์ มีการนำรถยนต์รุ่นนี้ไปทำแท็กซี่จำนวนไม่ใช่น้อย หน้าตาแหลมเป็นโฉมที่ผลิตเป็นระยะเวลาที่ยาวนานที่สุดของวัวโรน่า ปัจจุบันนี้ยังเพียงพอมีมองเห็นได้บ้างตามถนน แต่ว่าไม่มากเท่าไรนัก Generation ที่ 8 (พุทธศักราช 2526 – 2532) โตโยต้า วัวโรน่า โฉมที่ 8
รหัสตัวถัง T150 รวมทั้ง T160 โฉมนี้ วัวโรน่าเริ่มเสื่อมโทรมความชื่นชอบลงในประเทศออสเตรเลีย เพราะว่าคัมรี่ เริ่มเข้าไปได้รับความนิยมแทนวัวโรน่า แต่ว่าในประเทศไทย คัมรี่ยังไม่มีชื่อเสียง (คัมรี่ เข้ามาในไทยในตอนที่วัวโรน่าอยู่ในโฉมที่ 10) วัวโรน่าก็เลยยังครอบครองความนิยมชมชอบในไทยถัดไป แต่ว่าในวงรวมทั่วทั้งโลก นับว่าเป็นสัญญาณที่กระจ่างแจ้งว่า วัวโรน่า บางครั้งก็อาจจะถึงจุดสิ้นสุดเร็วนี้ๆโฉมนี้ กรุ๊ปพ่อค้ารถยนต์ในไทย เรียกว่า โฉมตู้แช่เย็น Generation ที่ 9 (พุทธศักราช 2529 – 2535) โตโยต้า วัวโรน่า โฉมที่ 9 โตโยต้า วัวโรน่า รุ่น 1.6 GL โฉมแป๊ะยิ้ม เจเนอเรชันนี้ มี 2 รุ่นหมายถึงรุ่น เค้าหน้ายักษ์ แล้วก็รุ่น ใบหน้ายิ้ม รูปที่แสดงนี้เป็นรูปโฉมโนมพรรณหน้ายิ้ม สองรุ่นนี้ ผลิตขึ้นมาจากโครงเดียวกัน แม้กระนั้นไม่เหมือนกันในเนื้อหาบางประการ อาทิเช่น กระเต็มที่และก็ไฟท้าย โดยไปด้านหลังหน้ายิ้มจะยาวแถวเดียว หน้ายักษ์แยกเป็นสองก้อน กระเต็มที่รุ่นหน้ายิ้มออกแนวดิ่ง หน้ายักษ์แนวขนาน สองรุ่นยังไม่ใช้โลโก้สามห่วง ในประเทศไทย เปิดตัวทีแรกด้วยรุ่นหน้ายักษ์ มีตัวเลือกทั้งสิ้น 4 รุ่น เป็น
-1.6XL เป็นรุ่นต่ำสุด ราคาย่อมเยา ใช้เครื่องจักรกล 4A-F คาร์บูเรเตอร์ 1600 ซีซี เกียร์ปกติ 4 สปีด อุปกรณ์อำนวยความสะดวกไม่ได้ต่างอะไรจากรถยนต์ระดับค่อนข้างต่ำกว่า (ดังเช่น โตโยต้า โคโรลล่า, ฮอนด้า ซีวิค, นิสสัน ซันนี่, มิตซูบิชิ แลนเซอร์) ในสมัยนั้นเป็นเบาะพลาสติก, หน้าต่างหมุนมือ, กระจกด้านข้างปรับมือ/พับมือ, ไม่มีไล่ฝ้ากระจกสำหรับด้านหลัง ล้อกระทะเหล็กไม่มีฝาครอบ ยางขนาด 175/70R13
-1.6GL ใช้เครื่องจักรกล 4A-F ลักษณะเดียวกันกับรุ่น XL แต่ว่าจะใช้เกียร์ปกติ 5 สปีด รวมทั้งได้อุปกรณ์อำนวยความสะดวกมากมายแทบเท่ารุ่นท็อปหมายถึงเบาะผ้ากำมะหยี่พร้อมที่ท้าวแขนกึ่งกลางเบาะหลัง พร้อมแผงประตูบุกำมะหยี่, เบาะผู้ขับ ปรับดันข้างหลัง และก็ปรับพนักหนุนหัวในแนวหน้า-ข้างหลังได้, หน้าต่างกระแสไฟฟ้า, กล่องเก็บของระหว่างเบาะคู่หน้า, พวงดอกไม้ 3 ก้าน, ลวดละลายฝ้ากระจกด้านหลัง, วิทยุเทป 4 ลำโพง, ล้อกระทะเหล็ก 13 นิ้ว พร้อมฝาครอบแบบเต็ม, กันชนสีเดียวกับตัวรถยนต์, อื่นๆอีกมากมาย ซึ่งเครื่องไม้เครื่องมือทั้งปวงนี้ จัดว่ามากยิ่งกว่ารถยนต์ระดับที่ค่อนข้างต่ำกว่าทั้งยัง 4 รุ่นสำคัญๆในประเทศไทยในเวลานี้ ไม่จัดตั้งเครื่องใช้ไม้สอยดังกล่าวมาแล้วข้างต้น แม้กระทั้งในรุ่นสูงสุดก็ตาม
-2.0GL ใช้เครื่องยนต์กลไก 3S-F 2000 ซีซี คาร์บูเรเตอร์ มีให้เลือกเกียร์ปกติ 5 สปีด และก็เกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด เครื่องไม้เครื่องมือที่ได้เพิ่มจากรุ่น 1.6GL ดังเช่นว่า ที่เก็บของระหว่างเบาะคู่หน้าแบบบุฟองน้ำใช้ท้าวแขนได้นุ่ม, พวงดอกไม้มีพาวเวอร์ทุ่นแรง, กระจกด้านข้างปรับกระแสไฟฟ้า, ล้ออัลลอย 14 นิ้ว ยางขนาด 195/60R14 น็อตล้อ 5 ตัว
-2.0GLi เป็นรุ่นท็อปสุด มีเฉพาะเกียร์ปกติ 5 สปีด เครื่องจักรกล3S-FE 2000 ซีซี หัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งตอนนั้นเป็นสิ่งใหม่เครื่องยนต์กลไกแบบใหม่ ซึ่งมีเฉพาะในรถยนต์ซาลูนหรู ดังเช่น เมอร์เซเดส เบนซ์, บีเอ็มดับเบิลยู เพียงแค่นั้น เทคโนโลยีเครื่องยนต์กลไกหัวฉีดเริ่มใช้กับรถยนต์ประเทศญี่ปุ่นในช่วงเวลานั้น มีเพียงแต่รถยนต์ระดับวัวโรน่า แล้วก็คู่ปรับอย่างแอคคอร์ด กาแลนต์ บลูเบิร์ด แล้วก็เซฟิโร่แค่นั้น ยิ่งไปกว่านี้ยังมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมาเต็มพิกัด ดังเช่นว่า วิทยุแสดงผลลัพธ์แบบดิจิตอล, เบาะผู้ขับปรับ 14 แนวทาง (หน้า-ข้างหลัง/พนักพิงนอน-ตั้ง/เบาะรองนั่งสูง-ต่ำ/พนักพิงดันข้างหลังมาก-น้อย/ปีกเบาะโอบมาก-น้อย/พนักพิงหัวปรับสูง-ต่ำ/พนักพิงหัวปรับดันหัวมาก-น้อย) ในตอนที่รถยนต์คู่ปรับมักมี 6, 8 หรือ 10 แนวทางเพียงแค่นั้น นอกนั้น ในตอนที่เชื้อเพลิงแก๊สโซฮอล์เข้าเมืองไทยนั้น โตโยต้ายังได้รับรองอย่างเป็นทางการให้เครื่องยนต์กลไก 3S-FE ในรุ่น -2.0GLi สามารถรองรับเชื้อเพลิงแก๊สโซฮอล์ 95 ได้, รวมทั้งได้ดิสก์เบรก 4 ล้ออีกด้วย[NPC4]
ถัดมา ได้ปรับโฉมไมเนอร์ศาสนาเชนจ์เป็นรุ่นหน้ายิ้ม และก็ได้มีการปรับเครื่องมือดังต่อไปนี้
-1.6XL แปรไปใช้เกียร์ปกติ 5 สปีด
-1.6GL ลดวัสดุอุปกรณ์ลง โดยเบาะนั่งจะเป็นผ้ากำมะหยี่สลับพลาสติก, กันชนสีดำ
-2.0GL ตัดรุ่นเกียร์อัตโนมัติออก เหลือเฉพาะเกียร์ปกติ 5 สปีด เพิ่มระบบปรับอากาศแบบปุ่มกด
-2.0GLi เพิ่มรุ่นเกียร์อัตโนมัติเข้ามา ก็เลยมีตัวเลือกว่าจะซื้อรุ่นท็อปแบบเกียร์ปกติหรืออัตโนมัติ เพิ่มระบบปรับอากาศแบบปุ่มกด
วัวโรน่ารุ่นนี้เป็นรุ่นท้ายที่สุดที่โตโยต้าเมืองไทย วางไว้เป็นคู่แข่งขันกับ ฮอนด้า แอคคอร์ด, นิสสัน บลูเบิร์ด, มิตซูบิชิ กาแลนต์ โดยตรง วัวโรน่ารุ่นลูกแต่นี้ต่อไป จะไม่ใช่รถยนต์ระดับเดียวกับคู่แข่งขันกลุ่มนี้อีกต่อไป รวมทั้งนิสสันที่ตกลงใจเปลี่ยนแปลงตำแหน่งทางการตลาดจากที่ให้นิสสัน บลูเบิร์ด เป็นคู่ต่อสู้กับรถยนต์ D-Segment ทั่วๆไป มาเป็นรถยนต์ระดับเดียวกันกับวัวโรน่า รวมทั้งยกเลิกการขึ้นสายการประกอบในประเทศด้วย โดยให้นิสสัน เซฟิโร่ มาแข่งขันกับรถยนต์ D-Segment ทั่วๆไปแทน
Generation ที่ 10 (พุทธศักราช 2535 – 2541) โตโยต้า วัวโรน่า โฉมที่ 10 ก่อนหน้านี้ รถยนต์ประเทศญี่ปุ่น ชอบถูกวางแบบโดยนิยามกว้างไว้ไม่ให้เกิน 1.7 เมตร รวมทั้งเครื่องจักรพิกัดไม่เกิน 2000 ซีซี ด้วยเหตุผลทางภาษีในประเทศประเทศญี่ปุ่น แม้กระนั้นถัดมาเมื่อเศรษฐกิจเติบโต คู่แข่งขันทั้งผองต่างปรับปรุงรถยนต์ของตัวเองออกมามีลักษณะท่าทางใหญ่ขึ้น รวมทั้งสุดท้ายคู่ปรปักษ์รายใหญ่อย่างฮอนด้า แอคคอร์ด แล้วก็มิตซูบิชิ กาแลนต์ ก็ยอมจ่ายภาษีแพงโดยเพิ่มความกว้างและก็เพิ่มขนาดเครื่องจักรกลออกไปเกินพิกัดดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น รวมทั้งนิสสันก็ส่ง เซฟิโร่ ซึ่งมีขนาดเกินพิกัดลงมาด้วยเหมือนกัน แต่ว่าโตโยต้าเมืองไทยเลือกที่จะนำเข้า โตโยต้า คัมรี่ จากประเทศออสเตรเลียซึ่งมีขนาดเกินพิกัดลงมาต่อสู้กับคู่แข่งขันรายอื่นๆแล้วให้วัวโรน่ายังตรึงขนาดอยู่ที่พิกัดเดิม เมื่อคู่ปรับอีกทั้งตลาดต่างล้วนเพิ่มขนาดเกินพิกัด นอกจากเพียงแค่วัวโรน่ารุ่นเดียว [NPC5]

This entry was posted in content and tagged . Bookmark the permalink.