โตโยต้า โคโรน่า Generation ที่ 1 (พ.ศ. 2500 – 2503)

เปิดตัวในพ.ค. พุทธศักราช 2500 รหัสตัวถัง T10 ในยุคนั้น วัวโรน่า ยังคงใช้ชื่อนำหน้าว่า โตโยเพ็ท (Toyopet) ก่อนจะเปลี่ยนแปลงมาเป็นโตโยต้าในวันหลัง ด้วยเหตุผลดังกล่าว วัวโรน่า โฉมนี้ ก็เลยใช้ชื่อในตลาดว่า โตโยเพ็ท วัวโรน่า (Toyopet Corona) ซึ่งโฉมแรกนี้ ดีไซน์มาโดยมี โตโยต้า คราวน์ เป็นต้นแบบ ซึ่งมีการนำวัวโรน่าโฉมนี้ไปทำแท๊กซี่เป็นปริมาณพอเหมาะพอควร มิติตัวถัง ยาว 3.91 เมตร , กว้าง 1.47 เมตร , สูง 1.555 เมตร ขนาดลูกสูบเพียงแต่ 997 ซีซี (รถยนต์ยุคนั้นเล็กมากมายเมื่อเทียบกับเดี๋ยวนี้ ซึ่งเมื่อเทียบกับสมัยเดียวกัน วัวโรน่านับว่าใหญ่เอาการ) แรงม้าเพียงแค่ 45 แรงม้า ที่ 5,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 7 โลเมตร ที่ 3,200 รอบต่อนาที ความเร็วสูงสุด 105 กิโลต่อชั่วโมง เคลื่อนล้อหลัง ใช้เกียร์ปกติ ซึ่งมีเพียงแต่ 3 สปีด ราคาขายในตอนนั้นตั้งไว้ที่ 648,000 เยน รถจักรละอองน้ำโมกุล C56 หรือ รถจักรละอองน้ำ C56 (JNR Class C56) ส่วนมากจะเรียกว่า รถจักรละอองน้ำ C56 เป็นรถจักรละอองน้ำที่สร้างขื้นในประเทศประเทศญี่ปุ่น สร้างโดยชมรมอุตสาหกรรมรถไฟที่ญี่ปุ่น ประยุกต์ใช้การคราวแรกของ เมืองไทยเมื่อปี พุทธศักราช 2489 เป้าหมายหลักของรถจักรละอองน้ำในระยะเริ่มต้นจะใช้โดยกองทัพประเทศญี่ปุ่นในทางรางรถไฟสายมรณะไปสู่ประเทศพม่า ระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง

jumbo jili
ตอนนี้ รถจักรละอองน้ำโมกุล C56 ที่ผ่านการใช้แรงงานในประเทศไทยคงเหลือ 11 คัน แล้วก็เหลืออยู่ล้อขับ 1 คู่ รวมทั้งในประเทศประเทศพม่าคงเหลือ 1 คัน แล้วก็ยังเหลือคันเยื้องศูนย์2ท่อน แบ่งได้ดังต่อไปนี้ หยุดเป็นที่ระลึกนึกถึงในประเทศไทย อยู่ 7 คัน เป็นเลขลำดับ 702 (C56-4), 714 (C56-16), 719 (C56-23), 728 (C56-36), 733 (C56-41), 738 (C56-47) รวมทั้ง 744 (C56-53) หยุดเป็นที่ระลึกนึกถึงในประเทศประเทศพม่า อยู่ 1 คัน ลำดับที่ของการรถไฟประเทศพม่าเป็น C.0522 (C56-56) จัดโชว์ล้อขับในประเทศประเทศญี่ปุ่น อยู่ 1 คู่ ของเลขลำดับ 722 (C56-26) เป็นที่ระลึกนึกถึงในประเทศประเทศญี่ปุ่น อยู่ 1 คัน เป็นเลขลำดับ 725 (C56-31) ใช้การในประเทศประเทศญี่ปุ่น อยู่ 1 คัน เป็นเลข 735 (C56-44)

สล็อต
ใช้การในประเทศไทยโดย ร.ฟ.ท. อยู่ 2 คันเป็นเลข 713 (C56-15) แล้วก็ ลำดับที่ 715 (C56-17) ซึ่ง 2 คันนี้ ได้รับการบูรณะพร้อมๆกับรถจักรละอองน้ำไม่กาโดะ DX50 เลข 953 รวมทั้ง 962 รถจักรละอองน้ำแปซิฟิค CX50 เลขลำดับ 824 และก็ 850 ในต้นปี พุทธศักราช 2529 ซึ่งรถจักรละอองน้ำโมกุล C56 ทั้งยัง 2 คันนี้ยังคงใช้ฟืนเป็นเชื้อเพลิง และก็เคยกระทำเคลื่อนขบวนเสด็จ แผนการสมเด็จพระน้องธิราชเจ้า กรมพระยาพระเทวดารัตนราชลูกผู้หญิงฯ ไทยบรมราชเด็กหญิง จะเสด็จไปยังพระราชวังเมืองราชสีห์ จังหวัดกาญจนบุรี ในปี พุทธศักราช 2529 รวมทั้งทำขบวนรถจักรละอองน้ำพิเศษพาเที่ยวตรงเวลายาวนานหลายปี ในขณะนี้รถจักรละอองน้ำโมกุล C56 ทั้งยัง 2 คันนี้ใช้ไม้หมอนรองทางรถไฟเก่ามาตัดเป็นท่อนๆสำหรับเพื่อการใช้เป็นเชื้อเพลิง ในส่วนของเลขลำดับ 713 (C56-15) ได้มีการเปลี่ยนแปลงอะไหล่มาใช้คันเยื้องศูนย์ของ C56-19(ตัวรถจักรมิได้ประยุกต์ใช้งานในไทย) และก็เลข 723 (C56-28)อีกด้วย และก็รถจักรละอองน้ำC56จะถูกประยุกต์ใช้ในงานอาทิตย์สะพานผ่านแม่น้ำแคว จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งจะจัดงานในช่วงปลายพฤศจิกายนถึงต้นเดือนธ.ค.ของทุกปี

สล็อตออนไลน์
คันเยื้องศูนย์ถูกประยุกต์ใช้สำหรับเลข 713 (C56-15) อยู่ 2 ท่อน เป็นของC56-19(ตัวรถจักรมิได้ประยุกต์ใช้งานในไทย) และก็ของลำดับที่723 (C56-28)ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 กรมรถไฟหลวงได้เจอความเสื่อมโทรมในบริภัณฑ์รถไฟและก็สิ่งก่อสร้างอย่างมากมาย เมื่อการทำศึกได้จบลง ก็เลยปรากฏว่ากรมรถไฟขาดรถจักรและก็ล้อเลื่อนที่จะมาใช้การรับใช้ราษฎรตามสถานะเดิมถัดไป โดยเหตุนั้นในปี พุทธศักราช 2489 ด้วยความโอบอ้อมอารีของยูเอ็นได้ขายรถจักรละอองน้ำที่เหลือใช้จากการรบให้แก่กรมรถไฟปริมาณ 68 คัน (รุ่นเลขที่ 380-447) เพื่อทุเลาการขาดแคลนลานดังกล่าวข้างต้น รถจักรกลุ่มนี้เป็นจำพวกไม่กาโด (2-8-2) ซึ่งเรียกกันโดยยิ่งไปกว่านั้นในแวดวงขององค์การสหประชาชาติว่ารถจักร “แมคอาคุณร์” เป็นรถจักรที่สร้างโดยบริษัทต่างๆมากมายในสหรัฐฯ ตามรายการเฉพาะที่ระบุขึ้นโดยทางด้านการทหารที่สหรัฐ
นอกเหนือจากนี้ยังได้รับรถจักรที่เหลือใช้จากการรบของข้างประเทศญี่ปุ่น ซึ่งประยุกต์ใช้การในเอเซียอาคเนย์นี้ 50 คันหมายถึงรถจักรประเทศญี่ปุ่น รุ่นเลขที่ 701-746 (C-56) รวมทั้ง รุ่นเลขที่ 761- 764 (C-58)แล้วก็เป็นรถจักรของการรถไฟสมาพันธ์รัฐมลายู ซึ่งข้างประเทศญี่ปุ่นประยุกต์ใช้การในประเทศไทยระหว่างการสู้รบอีก 18 คัน เป็นรุ่นเลขที่ 801 (เจ้าของเดิมเรียกว่ารุ่น P) เนื่องจากว่าแต่ก่อนรถจักรละอองน้ำ C56 ถูกทำขึ้นมาเพื่อใช้งานภายในประเทศประเทศญี่ปุ่นในตอนปี พุทธศักราช 2478 ซึ่งขณะนั้นญี่ปุ่นได้เปลี่ยนแปลงมาใช้งานระบบเบรกลมอัดหมดแล้ว รวมทั้งได้แปลงเครื่องพ่วงจากแบบขอแล้วก็ห่วงคานเกลียวมาเป็นแบบอัตโนมัติ ก็เลยจะต้องเปลี่ยนแปลงขอพ่วงแบบอัตโนมัติมาเป็นขอพ่วง ABC แทน ซึ่งหรูหราที่ต่ำกว่าเดิมจำเป็นต้องวางช่องของรังเครื่องพ่วงขึ้นมาใหม่ เมื่อรถจักรละอองน้ำ C56 ปริมาณ 90 คันได้ถูกส่งมาใช้งานในแถบเอเซียอาคเนย์ ด้วยเหตุผลที่มีน้ำหนักกดเพลาไม่มากเกินความจำเป็นนักกับภาวะทางนี้เนื่องจากว่าในยุคนั้นรางของเมืองไทยรับน้ำหนักกดเพลาสูงสุดได้แค่เพียง 10.5 ตันแค่นั้น ในเวลาที่รถจักร C56 มีน้ำหนักกดเพลาที่ 10.6 ตัน (เคยมีการนำเอารถจักรละอองน้ำ C58 มาวิ่งปริมาณ 4 คัน แต่ว่าตอนหลังได้นำกลับไปเพราะว่ามีน้ำหนักกดเพลาถึง 13.5 ตัน) ยิ่งกว่านั้นก็จะต้องกระทำเปลี่ยนระบบเบรกที่ใช้ออกคำสั่งรถพ่วงจากเดิมที่เป็นเบรกลมอัดมาเป็นระบบเบรกสุญญากาศ โดยจัดตั้งเครื่องไล่ลมเข้าไปเพราะเหตุว่าในแถบเอเซียอาคเนย์ณ ตอนนั้นยังคงใช้ระบบเบรกสุญญากาศอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเมืองไทย , เมียนมาร์ , เขมรแล้วก็มาเลเซีย

jumboslot
การรถไฟที่ญี่ปุ่นสร้างรถจักร C56 มาเพื่อใช้งานกับรางที่มีความกว้างขนาด 1.067 เมตร ด้วยเหตุนี้เมื่อประยุกต์ใช้งานกับรางที่มีขนาดความกว้าง 1 เมตรในประเทศไทยก็เลยจะต้องทำปรับล้อเพื่อสามารถใช้กับราง 1 เมตรได้ ( กระบวนการนั้นมิได้ใช้กระบวนการอัดแว่นล้อเข้ามาเช่นเดียวกับที่ปฏิบัติงานกับรถเมล์ JR-West ในตอนนี้ ) แว่นล้อของรถจักร C56 ยังเป็นของเดิมที่ใช้กับราง 1.067 เมตร แม้กระนั้นใช้กระบวนการสร้างปลอกล้อขึ้นมาใหม่โดยให้มีขนาดความกว้างของพื้นล้อมากกว่าเดิมเพื่อเกาะกับรางขนาด 1 เมตรได้ เพราะฉะนั้นถ้าเกิดคนใดดูก็จะมีความคิดเห็นว่าพื้นล้อของล้อกำลังรถจักรละอองน้ำ C56 เลขลำดับ 713แล้วก็ 715 ที่โรงรถจักรจังหวัดธนบุรี และที่หยุดตั้งแสดงจากที่ต่างๆในประเทศไทยจะมีพื้นล้อกำลังที่กว้างกว่ารถจักรละอองน้ำรุ่นอื่นๆ

slot

This entry was posted in content and tagged . Bookmark the permalink.