โตโยต้า คัมรี่ XV (Wide-body) XV20 (พ.ศ. 2539-2545)

โฉมนี้ เคลื่อนล้อหน้า มีเครื่องยนต์กลไก 2 ขนาดหมายถึง2.2 ลิตร 5S-FE (130 แรงม้า) กับ 3.0 ลิตร 1MZ-FE (194 แรงม้า) มีตัวถัง 2 แบบเป็นSedan 4 ประตู และก็ Station Wagon 4 ประตู มี 2 ระบบเกียร์เป็นอัตโนมัติ 4 สปีด แล้วก็ ปกติ 5 สปีด เหมือนกับโฉมเดิม
โฉมนี้ รุ่นปีแรกๆกับรุ่นปีด้านหลังๆมีความต่างกันในเนื้อหาพอเหมาะ พ่อค้ารถยนต์ในไทยรวมทั้งแวดวงรถยนต์ไทยก็เลยใช้ชื่อเรียกโฉมที่แตกต่าง โดยในรุ่นแรกๆเรียกว่า โฉมไฟท้ายไม้บรรทัด (ไฟยาว) ส่วนรุ่นด้านหลังๆจะเรียก โฉมด้านหลังห้อย (ไฟห้อย) แต่ว่าวิธีขายก็ชักช้ากว่าต่างแดน โดยขายระหว่าง พุทธศักราช 2542-2545
ในประเทศไทย โฉมนี้ ในทีแรกๆคัมรี่ยังจำต้องนำเข้าจากออสเตรเลีย แม้กระนั้นใน พุทธศักราช 2543 ก็ย้ายฐานการสร้างเข้ามาในประเทศไทย

jumbo jili
ในประเทศไทยแบ่งรุ่นย่อยออกเป็น 2 รุ่นดังต่อไปนี้
-2.2GXi (มีให้เลือก เกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด รวมทั้งเกียร์ปกติ 5 สปีด) เป็นรุ่นต่ำสุด เบาะผ้ากำมะหยี่สีเทา ด้านในสีเทา แอร์ปกติ วิทยุเทป 4 ลำโพง เป็นรุ่นอดออมที่เพิ่มเข้ามาใน พุทธศักราช 2543 หลังจากย้ายฐานการสร้างเข้ามาในประเทศไทย
-2.2SE.G (มีให้เลือก เกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด เบาะผ้ากำมะหยี่, เกียร์ปกติ 5 สปีด เบาะผ้ากำมะหยี่ แล้วก็เกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด เบาะหนัง) เป็นเกรดเหนือสุด แอร์แบบอัตโนมัติ ,วิทยุพร้อมเครื่องเล่นซีดี 6 แผ่นข้างหน้า 2DIN 6 ลำโพง ,ข้างในสีเบจ ,ตกแต่งลายไม้ ,เบาะผู้ขับแล้วก็ผู้โดยสารปรับกระแสไฟฟ้า 6 แนวทาง
สิ่งที่แตกต่างของคัมรี่รุ่นไฟท้ายไม้บรรทัด ระหว่างรุ่นที่ได้ถูกผลิตขึ้นมาในออสเตรเลีย กับรุ่นที่ผลิตขึ้นในเมืองไทยเป็นคัมรี่ประเทศออสเตรเลียที่ขายในตอนแรก มีเฉพาะรุ่น 2.2SE.G แค่นั้น แต่ว่าจะเป็น 2.2SE.G ที่ด้านในสีเทา ไม่มีลายไม้ ล้ออัลลอยก้านตรง เบาะปรับมือ ในระหว่างที่ 2.2SE.G รุ่นเมืองไทย จะได้ข้างในสีครีม ตกแต่งลายไม้ ล้ออัลลอยก้านเฉ เบาะปรับกระแสไฟฟ้า

สล็อต
ทุกรุ่นมีระบบระเบียบเบรกคุ้มครองปกป้องล้อล็อกรวมทั้งถุงลมนิภัยคู่หน้าเป็นเครื่องใช้ไม้สอยมาตรฐาน รวมทั้งข้างหลังการปรับโฉมเป็นรุ่นไฟท้ายห้อย ได้เพิ่มไฟตัดหมอกในทุกรุ่น แล้วก็ตัดรุ่น 2.2SE.G เกียร์ปกติออกมาจากสายการสร้างในสมัยติดอยู่มากูระ คิโยซุเป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนทางเดินทางระหว่างเมืองค้างมากูระรวมทั้งเกียวโต โดยมีศาลเจ้าใหญ่อิเซะเป็นจุดแวะพัก จนกว่าในสมัยมูโรมาชิ ก็มีการสร้างพระราชวังคิโยซุขึ้น ซึ่งได้แปลงเป็นฐานปฏิบัติการของเชื้อสายโอดะ ในสมัยเซ็งโงกุ นายทัพโอดะ โนบูนางะได้ใช้วังที่นี้สำหรับเพื่อการดูแลบริเวณโอวาริ เมื่อไปสู่สมัยเอโดะ โชกุนโทฉันงาวะ อิเอยาซุก็ได้บัญชาการให้รื้อถอนวังคิโยซุไปตั้งไว้ที่เมืองท้องนายกยะ ส่วนวังคิโยซุในตอนนี้ เป็นพระราชวังที่ผลิตขึ้นใหม่เมื่อ พุทธศักราช 2532รถไฟประเทศญี่ปุ่นคีวยก สาย คีวยก ชิงกันเซ็ง (ประเทศญี่ปุ่น: 九州新幹線) เป็นทางรถไฟฟ้าความเร็วสูงที่เชื่อมระหว่างสองเมืองหลักบนเกาะคีวยกอย่าง ฟุกุโอะกะ และก็ ค้างยกชิมะ โดยที่รถไฟฟ้าความเร็วสูงสายนี้วิ่งขนาดไปกับทางรถไฟเดิมของสายหลักค้างยกชิมะ ปฏิบัติการโดยบริษัทรถยนต์ไฟประเทศญี่ปุ่นคีวยก (JR คีวยก) โดยที่รถไฟฟ้าความเร็วสูงสายนี้แบ่งการก่อสร้างออกเป็นสองส่วน ส่วนแต่เดิมก่อสร้างจากค้างยกชิมะเป็นระยะทาง 127 กม. เปิดให้บริการในปี 2004 แล้วก็ถัดมาก็เลยก่อสร้างถัดไปบรรจบกับซันโย ชิงกันเซ็งที่สถานีฮากาตะเป็นระยะทาง 130 กิโล เปิดให้บริการในปี 2011รถจักรละอองน้ำแปซิฟิค ซีเอ็กซ์ 50 (CX50 steam locomotive) (JNR Class CX50) (ประเทศญี่ปุ่น: CX50形) โดยมากเรียกว่ารถจักรนี้ว่า รถจักรละอองน้ำแปซิฟิค เป็นชุดรถจักรละอองน้ำท้ายที่สุดของรฟท.ที่ใช้ในประเทศไทย สร้างโดยสัมพันธ์อุตสาหกรรมรถไฟที่ญี่ปุ่น ญี่ปุ่น เป้าหมายหลักของรถจักรชุดนี้เป็นใช้ลากรถประจำทางได้แก่ขบวนรถปกติ และก็รถยนต์เร็ว ตอนนี้ รถจักรละอองน้ำแปซิฟิค CX50 เหลือส่วนห้องขับทั้งผอง 2 ห้องที่สวนวชิรห้าทัศ(สวนรถไฟ) เป็นต้นว่าของเลข 823 รวมทั้ง 841 และก็เหลือการใช้งาน 2 คัน เป็นเลข 824 แล้วก็ 850 ซึ่งจะวิ่งในวันสำคัญต่างๆรถจักรละอองน้ำแปซิฟิค CX50 มีการประยุกต์ใช้งานในประเทศไทย ปริมาณรถยนต์ทั้งหมด 40 คัน เป็นเลขลำดับรถยนต์ 283-292 แล้วก็ 821-850 โดยการนำเข้ามาใช้งาน แบ่งเป็นสองตอน (ล็อต) ต่อแต่นี้ไป

สล็อตออนไลน์
ทีแรกๆ (พุทธศักราช 2485 – พุทธศักราช 2486) รถจักรลำดับที่ 283 – 292 โดยทางประเทศญี่ปุ่นได้หาตอบแทนรถจักรละอองน้ำฮาโนแม็ค ที่การรถไฟได้รับมอบตั้งแต่ยุครัชกาลที่ 6 (พุทธศักราช 2468) ด้วยเหตุว่ากำเนิดปัญหาเกี่ยวกับอะไหล่ของรถจักร แบบล้อของรถจักรละอองน้ำแปซิฟิค ตอนลำดับที่สอง (พุทธศักราช 2492 – พุทธศักราช 2494) รถจักรเลขลำดับ 821 – 850 เป็นตอนที่การรถไฟฯ สั่งนำเข้ามาใช้โดยตรงโดยแผนการซ่อมธุรกิจรถไฟระวัติ ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 กรมรถไฟได้เจอความทรุดโทรมในบริภัณฑ์รถไฟรวมทั้งสิ่งก่อสร้างเป็นอย่างยิ่ง เมื่อการศึกได้จบลง ก็เลยปรากฏว่ากรมรถไฟขาดรถจักรแล้วก็ล้อเลื่อนที่จะมาใช้การรับใช้ประชากรตามสถานะเดิมถัดไป โดยเหตุนั้นในปี พุทธศักราช 2489 ด้วยความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ของยูเอ็นได้ขายรถจักรละอองน้ำที่เหลือใช้จากการศึกให้แก่กรมรถไฟปริมาณ 68 คัน (รุ่นเลขที่ 380-447) เพื่อทุเลาการขาดแคลนลานดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น รถจักรพวกนี้เป็นจำพวกไม่กาโด (2-8-2) ซึ่งเรียกกันโดยยิ่งไปกว่านั้นในแวดวงของยูเอ็นว่า “รถจักรละอองน้ำแมคอาคุณร์” เป็นรถจักรที่สร้างโดยบริษัทต่างๆมากมายในอเมริกา ตามรายการเฉพาะเจาะจงที่ระบุขึ้นโดยทางด้านการทหารที่สหรัฐ ถัดมาในปี พุทธศักราช 2492 ตามแผนการซ่อมธุรกิจการค้ารถไฟ ทางการได้จัดซื้อรถจักรละอองน้ำจากผู้ผลิตต่างๆในประเทศประเทศญี่ปุ่น 50 คัน แล้วก็ในปีหน้าอีก 50 คัน เป็นรถจักรแบบไม่กาโดและก็แปซิฟิค เหมือนกันกับรถจักรที่เคยซื้อจากญี่ปุ่นครั้งก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 ดังกล่าวมาแล้วข้างต้น แม้กระนั้นได้มีการปรับปรุงแก้ไขบางสิ่งบางอย่างให้สมควรขึ้นอีก รถจักรปริมาณ 100 คันนี้ บางทีก็อาจจะนับว่าเป็นรถจักรละอองน้ำรุ่นท้ายที่สุดที่จะมีใช้การสำหรับเพื่อการรถไฟที่เมืองไทยโดยที่ได้ผลต่อเนื่องมาจากการรถไฟฯ มีนโยบายที่จะนำเอารถจักรน้ำมันดีเซลมาใช้การแทนรถจักรละอองน้ำเดิมใช้การในทางรถไฟสายใต้ ตั้งแต่สถานีรถไฟกรุงเทพมหานครน้อย (สถานีรถไฟจังหวัดธนบุรี) จำนวนมากจะทำขบวนรถเร็วไปถึงสถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่

jumboslot
รวมทั้งได้ปลดจากประจำการเลิกใช้การเข้ามานอนหยุดสงบนิ่งอยู่ที่โรงรถจักรจังหวัดธนบุรี รางข้างโรงรถจักรหยุดอยู่คันในสุดของรถจักรรวม 4 คันในรางนี้ ตั้งแต่วันอังคารที่ 21 เดือนมีนาคม พุทธศักราช 2517 ถัดมาในท้ายปี พุทธศักราช 2528 ทางการรถไฟฯมีแนวความคิดที่จะฟื้นฟู ซ่อมรถจักรละอองน้ำขึ้นปริมาณ 6 คันแบ่งเป็นรถจักรละอองน้ำไม่กาโดะ DX50 2 คันเป็น 953 รวมทั้ง 962 รถจักรละอองน้ำ แปซิฟิค CX50 2 คันเป็น 824 รวมทั้ง 850 และก็รถจักรละอองน้ำโมกุล C56 ลำดับที่ 713 แล้วก็ 715 โดยศูนย์กลางซ่อมแซมอยู่ที่โรงรถจักรจังหวัดธนบุรี ในสมัยนายความเจริญรุ่งเรือง ม้าไว เป็นสารวัตรรถจักรจังหวัดธนบุรี โดยการขับเขยื้อนของนายช่าง สุการเซ่นสรวง หนูสวย ตำแหน่งวิศวกรอำนวยการลากเลื่อนในช่วงเวลานั้น ท่านได้ระดมเครื่องไม้เครื่องมืออะไหล่ที่เก็บไว้ที่ โรงรถจักรทุ่งสง และก็โรงรถจักรจังหวัดอุตรดิตถ์ พร้อมช่างฝีมือจากทุ่งส่งปริมาณ 4 นาย มาร่วมกับช่างฝีมือที่จังหวัดธนบุรีเพื่อ พร้อมซ่อมแซมซ่อมรถจักรละอองน้ำดังกล่าวมาแล้วก่อนหน้านี้ การซ่อมแซมรถจักรละอองน้ำในคราวนั้นใช้เวลาซ่อมแซมปริมาณ 4 เดือนก็เลยสามารถกระทำการทดสอบวิ่งตัวเปล่ารถจักร 962 & 953 จาก จังหวัดธนบุรี – วัดงิ้วราย – จังหวัดธนบุรี ในวันที่ 10 มี.ค. 2529 และก็กระทำการทดสอบแห่ขบวนไม่ปริมาณตู้ขึ้นรถ 10 ตู้ในวันที่ 13 มี.ค. 2529 สำหรับรถจักร 824 & 850 ซ่อมแซมเสร็จทำทดสอบวิ่งตัวเปล่าจาก จังหวัดธนบุรี – วัดงิ้วราย – จังหวัดธนบุรี ในวันที่ 19 เดือนมีนาคม 2529 และก็กระทำทดสอบแห่ขบวนไม่ปริมาณตู้ขึ้นรถ 8 ตู้ในวันที่ 22 มี.ค. 2529 ถัดมาในวันที่ 26 เดือนมีนาคม 2529 เป็นวันเหมือนวันแต่งตั้งรฟท. ก็เลยจัดรถจักรละอองน้ำไม่กาโดะ DX50 ลำดับที่ 953 พหุกับ รถจักรละอองน้ำไม่กาโดะ DX50 เลข 962 เคลื่อนขบวนพิเศษจากสถานีกรุงเทวดา – อยุธยา – กรุงเทวดา นับเป็นครั้งแรกที่มีการเดินรถจักรละอองน้ำในโอกาสพิเศษ แล้วก็เป็นการเดินรถจักรละอองน้ำหนแรกภายหลังที่ปลดจากตำแหน่งไปตั้งแต่ปี 2517 เป็นระยะเวลา 12 ปี ซึ่งได้รับความพอใจจากพ่อแม่พี่น้องประชาชนสองริมถนนรถไฟอย่างมาก พนักงานขับรถจักรละอองน้ำในคราวนั้น เป็นนายช่ำชอง ดียิ่ง (เสียชีวิตแล้ว) นายกุล กุลมณี (เสียชีวิตแล้ว) แล้วก็ถัดมาก็กระทำซ่อมแซมรถจักรละอองน้ำโมกุล C56 เลขลำดับ 713 และก็ 715 เพิ่มเติม 2 คันเพื่อทำเดินแถวเสด็จ แผนการสมเด็จพระน้องธิราชเจ้า กรมพระยาพระเทวดารัตนราชลูกสาวฯ ประเทศไทยบรมราชเด็กหญิง จะเสด็จไปยังวังเมืองราชสีห์ จังหวัดกาญจนบุรี ในวันที่ 2 ม.ย. พุทธศักราช 2529 รถจักรละอองน้ำทุกคันที่มีการซ่อมแซม ได้ปรับเปลี่ยนระบบกระแสไฟฟ้า เบรก รวมทั้งเครื่องจักรกลของรถจักร Henschel เพื่อต่อพหุ ทำขบวนเป็นขบวนพิเศษนำทางขบวนเสด็จจาก กรุงเทวดา – จังหวัดกาญจนบุรี – ท่ากิเลน แล้วก็ไปหยุดรอคอยที่ป้ายหยุดรถยนต์วังราชสีห์ กำหนดการ ใช้รถจักรละอองน้ำแปซิฟิค CX50 ลำดับที่ 824 พหุกับ รถจักรละอองน้ำแปซิฟิค CX50 เลขลำดับ 850 จูงขบวนเสด็จจาก สถานีรถไฟหลวงจิตรลดา ไปถึงสถานีจังหวัดกาญจนบุรี โดย นายชำนิชำนาญ เลิศล้ำ เป็น พนักงานขับรถคันนำ เมื่อทำขบวนเสด็จถึงสถานีจังหวัดกาญจนบุรี จอดเทียบท่าให้ผู้ว่าราชการ และก็บริวาร ราษฎรเฝ้าเสด็จ แล้วก็ทางการรถไฟฯ ก็ได้กระทำการเปลี่ยนแปลงหัวรถจักรละอองน้ำใหม่โดยนำเอาหัวรถจักรละอองน้ำโมกุล C56 เลขลำดับ 713 พหุ 715 ทำขบวนเสด็จต่อจาก สถานีจังหวัดกาญจนบุรี ไป ที่สถานีท่ากิเลน แล้วก็เสด็จทางรถยนต์พระที่นั่งถัดไปยังพระราชวังเมืองราชสีห์ ซึ่งอยู่ห่างจากสถานีท่ากิเลนไปทางทิศตะวันตกโดยประมาณ 3.5 กิโลเมตร บุคลากรรถจักรที่มีบทบาทขับขี่รถชื่อนายกุล มณีกุล[NPC5]

This entry was posted in content and tagged . Bookmark the permalink.