รุ่นที่ 6 (S210, ค.ศ. 2014 – 2018)

รุ่นที่ 6 ได้เปิดตัวในประเทศญี่ปุ่นตอนวันที่ 9 ก.ย. พุทธศักราช 2556 โดยเปลี่ยนแปลงเครื่องยนต์กลไก วี8 เป็นเครื่องจักรไฮบริด 3.5 ลิตร วี6 ที่ใช้ร่วมกับเล็กซัส จีเอส450เอช รวมทั้งอีกเครื่องจักรกล 2.5 ลิตร ไฮบริด 4 ดูด ฐานล้อยาวกว่ารุ่นคราวน์ โรยัล 75 mm (3.0 in) แต่ว่าสั้นกว่าเซนทูรี 100 mm (3.9 in) รวมทั้งมากับระบบความปลอดภัยระดับสูง ตัวอย่างเช่น หน้าจอแสดงที่อับสายตา รวมทั้งระบบคุ้มครองปกป้องการชนด้านหลัง มาเจนต้ารุ่นนี้กำหนดราคาขายไว้ที่ 6.1–12.9 ล้านเยนแล้วก็วางเป้าวิธีขายไว้ที่ 500 คันต่อเดือนที่ประเทศญี่ปุ่น แต่ว่าโชคร้ายว่า โตโยต้า ได้จบสายการสร้างของ Crown Majesta โฉมนี้ตั้งแต่ตอนวันที่ 27 ม.ย. พุทธศักราช 2561 ก่อนหน้านี้ เพื่อจัดแจงเปิดตัวแบบใหม่ร่วมกับ Toyota Crown S220 (รุ่น G-Executive).เมื่อปี พุทธศักราช 2483 (คริสต์ศักราช 1940) มีการคิดแผนไว้ว่า โทโกโด ชิงกันเซ็งจะมีรถไฟวิ่งด้วยความเร็ว 150 กิโลต่อชั่วโมงเชื่อมต่อจากเมืองโตเกียวไปยังชิโมโนเซกิ ซึ่งความเร็วระดับนี้อยู่ที่ระดับ 50% ของรถไฟด่วนที่เร็วที่สุดในยุคนั้นแค่นั้น เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 เปิดตัวขึ้น แผนการนี้ก็หยุดชะงักลงขณะที่อยู่ภายในขั้นเริ่มคิดแผนแค่นั้นแม้ว่าจะได้ขุดอุโมงค์หลายที่ไปแล้ว (ถัดมาอุโมงค์พวกนี้ก็มาอยู่ในเส้นทางของชิงกันเซ็งในตอนนี้ด้วย) เพราะเหตุว่าทางของชิงกันเซ็งสายนี้ผ่านเมืองที่ใหญ่ที่สุด 3 เมืองของประเทศญี่ปุ่น ก็เลยทำให้ทางนี้เป็นทางที่มีผู้โดยสารสูงที่สุด

jumbo jili
การก่อสร้างเริ่มขึ้นตอนวันที่ 20 เดือนเมษายน พุทธศักราช 2502 (คริสต์ศักราช 1959) ภายใต้อำนาจบังคับของ นายเคยชินจิ โซโก ประธานการรถไฟประเทศญี่ปุ่นแล้วก็ฮิเดโอ ชิมะ หัวหน้าวิศวกร กระทั่งเสร็จในปี 2507 และก็มีรถไฟขบวนแรกที่วิ่งจากเมืองโตเกียวไปยังเคยชินโอซากะช่วงวันที่ 1 ต.ค. ของปีนั้น ชิงกันเซ็งสายนี้เปิดใช้บริการในขณะใกล้เคียงกับกีฬาโอลิมปิกหน้าร้อน ปี 2507 ที่กรุงเมืองโตเกียวซึ่งเป็นการชิงชัยที่ทำให้ทั่วทั้งโลกพึงพอใจญี่ปุ่นมากขึ้นเรื่อยๆ ทีแรกๆ ทางนี้มีชื่อในภาษาอังกฤษว่า New Tōkaidō Line ซึ่งมาจากชื่อของถนนหนทางโทไกโดในประเทศญี่ปุ่นที่ครบรอบ 100 ปีพอดิบพอดีชิงกันเซ็งสายนี้มียอดผู้โดยสารถึงจำนวน 100 ล้านคนภายในปี 2507 รวมทั้งถึงจำนวน 1,000 ล้านคนภายในปี 2519 รวมทั้งสังสรรค์ครบรอบ 40 ปีในปี 2547 ด้วยจำนวน 4,160 ล้านคนถัดมา สถานีชินางาวะ เปิดให้บริการในตุลาคม ปี 2546 ประกอบกับมีการเปลี่ยนตารางเวลาครั้งใหญ่ ก็เลยมีปริมาณผู้รับบริการรายวันมากขึ้นเป็นอย่างมาก โดยยิ่งไปกว่านั้นขบวนที่ให้บริการโดยโนโซมิ

สล็อต
รถไฟของโทไกโดชิงกันเซ็งทุกขบวนที่วิ่งเข้ารวมทั้งออกมาจากกรุงเมืองโตเกียวจะมาหยุดที่สถานีชินางาวะรวมทั้งสถานีชิงโยโกฮามะ รถไฟชิงกันเซ็งสายนี้มีรถไฟอยู่เพียงแค่ 3 แบบแค่นั้น ตัวอย่างเช่น โนโซมิ, ฮิการิ และก็ วัวดามะ โดยรถไฟโนโซมิแล้วก็ฮิการิหลายขบวนจะวิ่งถัดไปถึงซันโย ชิงกันเซ็งเลย จนกระทั่งหยุดที่สถานีฮากาตะ ในนครฟูกูโอกะ แต่ว่ารถไฟโนโซมิไม่อาจจะให้บริการนักเดินทางคนต่างชาติที่ใช้บัตรผ่านรถไฟประเทศญี่ปุ่นได้ ขบวนรถที่ให้บริการในทางนี้ตัวอย่างเช่น 300 ซีรีส์: โนโซมิ / ฮิการิ / วัวดามะ 700 ซีรีส์: โนโซมิ / ฮิการิ / วัวดามะ N700 ซีรีส์: โนโซมิ / ฮิการิ / วัวดามะ
ในปี พุทธศักราช 2507 รถไฟฮิการิวิ่งจากเมืองโตเกียวไปยังโอซากะใช้เวลา 4 ชั่วโมงแค่นั้น แล้วหลังจากนั้นในปี 1965 ก็ย่นระยะเวลาเหลือ 3 ชั่วโมง 10 นาที ต่อจากนั้นมีการนำรถไฟโนโซมิไม่ที่มีความเร็วสูงมาให้บริการในปี พุทธศักราช 2535 การเดินทางก็ใช้เวลาเพียงแต่ 2 ชั่วโมง 30 นาทีเพียงแค่นั้น รวมทั้งซีรีส์ N700 ที่ประยุกต์ใช้ในปี 2007 ก็จะก่อให้รถไฟโนโซมิใช้เวลาเดินทางเหลือเพียงแค่ 2 ชั่วโมง 25 นาทีเพียงแค่นั้น

สล็อตออนไลน์
ตอนนี้ เมื่อมีนาคม ปี พุทธศักราช 2551 รถไฟฮิการิวิ่งจากเมืองโตเกียวไปยังโอซากะใช้เวลาโดยประมาณ 3 ชั่วโมง ในขณะที่ขบวนรถแบบ วัวดามะที่หยุดทุกสถานีนั้นจะใช้เวลาเดินทางทั้งปวง 4 ชั่วโมงสถานีรถไฟคุ้นชินโอซากะ เป็นสถานีรถไฟกึ่งกลางของจังหวัดโอซากะ ตั้งอยู่ในเขตโยโดงาวะ ของนครโอซากะ สถานีรถไฟโอซากะแบ่งได้สองส่วนร่วมกันหมายถึงส่วนของรถไฟระหว่างเมือง แล้วก็ส่วนของรถไฟใต้ดิน ในส่วนของรถไฟระหว่างเมือง สถานีรถไฟโอซากะยังเป็นสถานีเปลี่ยนแปลงผ่านของรถไฟฟ้าความเร็วสูงชิงกันเซ็ง ชานชาลาสถานีทางทิศตะวันตกเป็นชานชาลาสถานีของชิงกันเซ็ง สายโทไกโด มีจุดหมายปลายทางที่กรุงเมืองโตเกียว ในขณะชานชาลาสถานีทางทิศตะวันออกเป็นชิงกันเซ็ง สายซันโย มีจุดหมายที่นครฟุกุโอะกะสถานีรถไฟคุ้นชินโอซากะ (หรือแปลเป็น สถานีรถไฟโอซากะที่ใหม่) ตั้งอยู่ห่างจากสถานีรถไฟโอซากะเดิม 3 กม. เปิดดำเนินงานในปี พุทธศักราช 2507 เพื่อรองรับรถยนต์บบรถไฟชิงกันเซ็ง ที่ไม่อาจจะก่อสร้างฝ่าเข้าไปในเขตศูนย์กลางเมืองที่หนาแน่นได้ ซึ่งสถานีอีกทั้งที่ใหม่แล้วก็เก่าสามารถเชื่อมต่อกันผ่านระบบรถไฟใต้ดินชิงกันเซ็ง เป็นชื่อเรียกโครงข่ายรถไฟฟ้าความเร็วสูงในประเทศประเทศญี่ปุ่นซึ่งจัดการโดย 4 กรุ๊ปบริษัทยานยนต์ไฟประเทศญี่ปุ่น สายแรกที่เปิดใช้งานเป็น โทไกโดชิงกันเซ็ง (515.4 กิโลเมตร) ในปี คริสต์ศักราช 1964 หลังจากนั้นเป็นต้นมา โครงข่ายรถไฟฟ้าความเร็วสูงชิงกันเซ็งก็ได้ถูกขยายออกไปทั่วราชอาณาจักร ด้วยระยะทางรวมกว่า 2,765 กิโลเมตร และก็วิ่งด้วยความเร็ว 240–320 กิโลเมตร/ชั่วโมง นอกเหนือจากนั้น ยังมีสาย ไม่นิชิงกันเซ็ง สั้นๆความยาว 10.3 กิโลเมตร ที่วิ่งด้วยความเร็ว 130 กิโลเมตร/ชั่วโมง รถไฟชิงกันเซ็งให้บริการแก่ผู้โดยสารด้วยความเร็วสูงสุด 320 กิโลเมตร/ชั่วโมง แม้ว่าจะสามารถทำความเร็วได้สูงสุดถึง 443 กิโลเมตร/ชั่วโมงสำหรับในการทดลองเมื่อปี คริสต์ศักราช 1996 แล้วก็รถไฟชิงกันเซ็งยังทำลายสถิติรถไฟที่วิ่งเร็วที่สุดในโลกด้วยความเร็วถึง 603 กิโลเมตร/ชั่วโมง สำหรับในการทดลองขบวนแม็กเลฟ เมื่อเมษายน คริสต์ศักราช 2015รถไฟที่วิ่งด้วยความเร็วสูงของประเทศญี่ปุ่น ได้ต้นแบบปรับปรุงมาจากรถไฟฟ้าความเร็วสูง ซีเมนส์ ของ เยอรมนี ประเทศญี่ปุ่นมีความต้องการที่จะสร้างทางรถไฟที่รองรับรถไฟที่วิ่งด้วยความเร็วสูง ก็เลยได้สร้างรางรถไฟมาเพื่อรถไฟฟ้าความเร็วสูงอย่างเอาจริงเอาจังโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เป็นประเทศแรกในโลก เนื่องด้วยทำเลที่ตั้งของประเทศญี่ปุ่นจะเต็มไปด้วยเทือกเขาล้นหลาม ทางรถไฟที่มีอยู่ขณะนั้นก็เลยมีความกว้างแบบแคบหมายถึง1,067 มม. ซึ่งทำให้จำเป็นต้องวางทางรถไฟที่เลี้ยวไปเลี้ยวมาแล้วก็รถไฟไม่สามารถที่จะรีบให้มีความเร็วสูงยิ่งกว่านี้ได้ ถัดมา ประเทศญี่ปุ่นมีความต้องการสร้างระบบรถไฟฟ้าความเร็วสูงมากยิ่งกว่าสิ่งที่มีความต้องการสร้างของประเทศที่มีระบบระเบียบทางรถไฟความกว้างมาตรฐานอยู่แล้วแล้วก็ประเทศญี่ปุ่นนั้นก็มีประสิทธิภาพสำหรับการเปลี่ยนแปลงระบบรถไฟให้ล้ำยุคมากยิ่งกว่าอีก

jumboslot
วัตถุประสงค์แรกชื่อเรียกอีกชื่อที่ชินหูกันดีสำหรับชิงกันเซ็งนี้ก็คือ รถไฟหัวกระสุน (bullet train) ซึ่งเป็นความหมายของคำในภาษาประเทศญี่ปุ่นว่า ดังงัง เร็ชชะ (弾丸列車) ถัดมาชื่อนี้ได้เอามาเรียกเป็นชื่อเล่นของแผนการตั้งแต่ตอนเริ่มพิจารณาหารือความน่าจะเป็นไปได้ของแผนการในราวทศวรรษที่ 1930 ชื่อนี้ได้มาจากรูปแบบของหัวรถจักรที่มีลักษณะคล้ายกับหัวกระสุนปืนและก็ยังมีความเร็วสูงเสมือนลูกกระสุนนั่นเองคำว่า ชิงกันเซ็ง มีการประยุกต์ใช้อย่างเป็นทางการเมื่อปี คริสต์ศักราช 1940 เพื่อใช้เรียกทางฟุตบาทรถไฟขึ้นรถ/ผลิตภัณฑ์จากกรุงเมืองโตเกียวไปยังชิโมะโนะเซะกิที่จะผลิตขึ้นในยุคนั้น โดยการใช้พลังงานละอองน้ำและก็หัวรถจักรกระแสไฟฟ้าซึ่งสามารถเร่งความเร็วได้ถึง 200 กิโลต่อชั่วโมง ต่อไปสามปี รัฐมนตรีรถไฟได้ผลักดันให้กำเนิดโครงงานขยายรางรถไฟไปสู่กรุงปักกิ่ง (โดยการเจาะอุโมงค์ผ่านแหลมประเทศเกาหลี) หรือยาวไปจนกระทั่งประเทศสิงคโปร์อย่างยิ่งจริงๆ ไปจนกระทั่งการผลิตรางรถไฟเชื่อมกับรางรถไฟสายไซบีเรียนของรัสเซียและก็รางรถไฟสายอื่นๆของทวีปเอเชีย แม้กระนั้นถัดมา แผนนี้ได้มีการยกเลิกในปี คริสต์ศักราช 1943 รวมทั้งสภาพการณ์ของประเทศญี่ปุ่นในสงครามโลกครั้งที่ 2 กำลังกลายเป็นข้างเสียเปรียบ อย่างไรก็แล้วแต่ องค์ประกอบเล็กน้อยก็ได้รับการพัฒนาต่อ อาทิเช่น อุโมงค์เล็กน้อยได้มาการนำมาใช้สำหรับชิงกันเซ็งในขณะนี้ตั้งแต่แมื่อมีการสร้างหนแรกในตอนการทำศึก การก่อสร้าง ภายหลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้สิ้นสุดลง รถไฟฟ้าความเร็วสูงก็ได้เลือนหายไปจากความจำของชาวญี่ปุ่นตรงเวลายาวนานหลายปี ถัดมากึ่งกลางทศวรรษที่ 1950 รางรถไฟสายหลักโทไกโดะก็ถูกใช้งานมาจนกระทั่งเต็มระดับความสามารถแล้ว รัฐมนตรีรถไฟของประเทศญี่ปุ่นก็เลยได้ตกลงใจกลับมาทวนแผนการชิงกันเซ็งอีกรอบ รัฐบาลได้อนุมัติแผนการเมื่อปี 1958 การก่อสร้างรางรถไฟส่วนแรกของ โทไกโดชิงกันเซ็ง ระหว่างกรุงเมืองโตเกียวไปยังโอซากะก็ได้เริ่มขึ้นเมื่อปี พุทธศักราช 2502 การก่อสร้างรางรถไฟคราวนี้ ประเทศญี่ปุ่นจำเป็นที่จะต้องกู้หนี้ยืมสินจากธนาคารโลกเป็นจำนวนเงิน 80 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ถัดมาในปี 1962 ได้มีพิธีการเปิดการทดลองระบบเพื่อการขนสินค้าเป็นครั้งแรกในนิดหน่อยของทางนี้ ที่เมืองโอดาวาระ จังหวัดค่ะนะงะวะโทไกโดชิงกันเซ็ง ได้เปิดใช้บริการคราวแรกช่วงวันที่ 1 เดือนตุลาคม พุทธศักราช 2507 (คริสต์ศักราช 1964) ซึ่งทันตามเวลาสำหรับเพื่อการชิงชัยกีฬาโอลิมปิกหน้าร้อน 1964ในกรุงเมืองโตเกียวพอดิบพอดี ซึ่งถือว่าบรรลุความสำเร็จโดยทันทีคราวเปิดใช้บริการ โดยมีปริมาณผู้โดยสารถึง 100 ล้านคนภายในเวลาน้อยกว่า 3 ปีเป็นวันที่ 13 ก.ค. พุทธศักราช 2510 (คริสต์ศักราช 1967) แล้วก็ยอดผู้โดยสารรวมมีปริมาณถึง 1,000 ล้านคนภายในปี 1976 แล้วก็รถไฟขบวนขึ้นรถ 16 ตู้ก็ได้เอามาแสดงในงานมหกรรมปี 70 ที่โอซากะรถไฟชิงกันเซ็งขบวนแรกวิ่งด้วยความเร็วสูงสุดถึง 210 กิโลต่อชั่วโมง ต่อไปก็เพิ่มเป็น 220 กม.ต่อชั่วโมง รถไฟบางขบวนที่มีรูปร่างเป็นหัวกระสุนนั้นยังมีการใช้งานอยู่ในขณะนี้ แล้วก็หัวรถจักรคันหนึ่งในปริมาณนี้ปัจจุบันนี้ได้นำไปแสดงที่พิพิธภัณฑสถานรถไฟแห่งชาติ ที่เมืองยอร์ค สหราชอาณาจักร[NPC5]

This entry was posted in content and tagged . Bookmark the permalink.